การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

ชุมชนและคนในชุมชนจะสามารถอยู่ได้และคนในชุมชนนั้นสามารถที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้นั้นก็จะต้องได้รับการวางแผนในการพัฒนาจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยและทั้งนี้นั้นก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนด้วยว่าอยากที่จะให้ชุมชนที่ตัวเองนั้น

อยู่มีการพัฒาไปในด้านที่ดีด้วยหรือไม่ เพราะทั้งนี้ทั้งนั้นการพัฒนาจะเป็นสิ่งทีช่วยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆของชุมชน ทั้งคนในชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปของชุมชนด้วยเพื่อให้ชุมชนนั้นสามารถที่จะเป็นชุมชนที่มีการพัมนาอย่างยั่งยืน

คนในชุมชนสามารถเข้าใจและเรียนรู้สิ่งต่างๆที่มีความเป็นไปของชุมชนได้อย่างดี และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการที่จะพัฒนาชุมชนนั้นก็ต้องต้องมีการพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ อย่างตลอดและต่อเนื่องเพราะการพัฒนาอย่างต่อเนื่องบนั้น

จะเป็นการทำให้การพัฒนาชุมชนเป็นไปอย่างยั่งยืนและมีความเป็นอยู่ของคนในชุมชนนั้นเป็นไปอย่างมั่นคงด้วย โดยเรื่องที่คนในชุมชนจะต้องรู้และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาจะต้องทำสิ่งเหล่านี้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

สร้างความเข้าใจในเรื่องต่างๆกับคนในชุมชน เรื่องที้เกี่ยวกับคนในชุมชนไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอยู่อาศัย การดำเนินชีวิต จะต้องมีการทำความเข้าใจกับคนในชุมชนว่าสิ่งที่ควรจะทำและสิ่งใดที่ไม่ควรทำเมื่อผู้ที่กี่ยวข้องนั้นมีการทำความเข้าใจจนคนในชุมชนนั้นสามารถเข้าใจได้ละยอมรับได้แล้วนั้น

ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็จะต้องมีการสนับสนุนความคิดเห็นที่ได้จากคนในชุมชนด้วยเพื่อจะนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ในการพัฒนาชุมชนทั้งทางด้านสภาพแลดล้อมและทางด้านคนในชุมชนเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันในทั้งสองฝ่ายนั่นเอง โดยการเกิดความเข้าใจในทั้งสองฝ่ายนั้นก็จะลดปัญหาต่างๆ เช่นการคัดค้านหรือต่อต้านในการที่จะพัฒนาชุมชนไปในทางที่ดีนั่นเอง

การสร้างงานสร้างอาชีพที่จะสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากฝยการที่จะพัฒนาชุมชนได้อย่างยั่งยืน เพราะถ้าหากคนในชุมชนนั้นไม่สามารถที่จะเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้นั้นการพัฒนาก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย เพราะคนในชุมชนไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ดังนั้นการสร้างอาชีพให้คนในชุมชนเกิดรายได้

และไม่ต้องดินรนที่จะออกนอกชุมชนเพื่อไปทำงานถือว่าเป็นการพัฒนาได้อย่างยั่งยืนมากๆ เพราะคนในชุมชนก็จะได้อยู่ชุมชนที่ตัวเองนั้นคุ้นเคยและเกิดความรักชมชนเมื่อมีงานและอาชีพคนในชุมชนก็จะช่วยกันหาทางเพื่อพัฒนาและทำให้อาชีพของตัวเองนั้นสามารถที่จะเจริญเติบโตไปในระดับประเทศด้วยได้

การให้ความสำคัญในการศึกษาของเด็กและมีการสอนสิ่งต่างๆเพิ่มเติมให้แก่ผู้ใหญ่ ความรู้เป็นสิ่งที่สำคัยเพราะไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้มหญ่ถ้าหากได้รับความรู้ที่มากขึ้นก็จะสามารถนำไปต่อยอดและพัฒนาชุมชนได้ สิ่งเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่คนในชุมชนควรมีความร่วมมือและผู้ที่เกี่ยวข้องควรให้การสนับสนุในเรื่องนี้อย่างดีด้วย

 

สนับสนุนโดย  จีคลับ มือถือ

โพสท์ใน สังคมทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

การมาส์กหน้าแบบผิดๆ

ภึงแม้ว่าทุกวันนี้จะมีแผ่นมาส์กที่ทำให้เรานั้นสะดวกสบายกว่าเมื่อก่อนแต่ว่าก็มีหลายคนที่ใช้แผ่นมาส์กที่ผิดแต่ก็อย่างว่าหลายคนนั้นเลือกที่จะไม่อ่านก่อนและแผ่นมาส็กเดียวนี้นั้นมีให้เรานั้นเลือกแล้วต่สภาพของผิวนั่นเอง

การที่เราใช้แผ่นมาส์กนั้นเราก็ควรที่จะเลือกที่เหมาะกับผิวหรือว่าสภาพผิวหน้าของเรา  ซึ่งในวันนี้นั้นเราจะมาบอกวิธีในการที่เราจะมาส์กหน้าให้ถูกวิธีเอามฝากเพื่อที่ว่าหลายคนนั้นยังไม่รู้ว่าการมาส์กหน้าที่ถูกนั้นต้องทำอย่างไง 

  1. ไม่ทำความสะอาดหน้า  มีหลายคนที่เราเชื่อว่าทุกวันนี้ยังทำอยู่คือว่าการที่เราจะมาส์กหน้านั้นเราก็ควรที่จะล้างหน้านั้นก่อน เพราะว่าหลายคนนั้นเลือกที่จะไม่ล้างหน้าเอาเป็นแบบว่ากลับมาจากที่ทำงานนั้นก็หยิบมาส์กมาทำเลยซึ่งสิ่งนี้นั้นเป็นสิ่งที่ผิดดังนั้นเราควรที่จะเลือกล้างหน้านั้นก่อนเพราะว่าการที่เราไม่ล้างหน้านั้นคือเป็นการที่เราเอาสิ่งที่สกปรกนั้นไม่ยอมที่จะเอาออกถ้าจะให้การมาส์กหน้าเป็นไปในทางที่ดีเราควรที่จะล้างหน้ากันก่อนเพื่อที่จะได้มีผิวหน้าที่ดีนั่นเอง  
  2. การทาครีมบำรุงก่อนที่จะมาส์กหน้า  เราเชื่อว่ามีหลายคนนั้นที่ทำแบบนี้เพราะว่าเราคิดว่าคงเคยชินกับการที่เราต้องทาครีมก่อน  แต่ว่าการที่เราทาครีมนั้นเป็นเรื่องที่เราไม่ควรที่จะทำเพราะว่าจะทำมาส์กที่เราจะบำรุงหน้าไม่เกิดผล  ดังนั้นเราควรที่จะเปลี่ยนตัวเองใหม่ด้วยการที่เราไม่ทาครีม  เราต้องมาส์กก่อนที่เราจะทาครีมนั่นเอง   
  3. ไม่อ่านคำแนะนำ  หลายคนนั้นเลือกที่จะไม่อ่านฉลากเพราะว่าคิดว่าการมาส์กหน้านั้นก็คือการที่เรามาส์กเอาไว้พอเช้าแล้วเราค่อยล้างออกซึ่งเป็นวิธีที่ผิด เพราะว่ามาส์กหน้าแต่ละยี่ห้อนั้นไม่เหมือนกันเราควรที่จะเลือกมาส์กที่ถูกต้องและก็มีอีกบางยี่ห้อที่เรานั้นนั้นมาส์กเสร็จให้เรานั้นทาครีมบำรุงหนั้นได้เลย  และก็มีหลายคนนั้นเลือกที่จะไม่ล้างหน้าเมื่อมาส์กเสร็จก็ทาครีมบำรุงหน้าเลยซึ่งเป็นวิธีที่ผิดอย่างมาก   
  4. การที่เราทิ้งมาส์กนานเกิน  เมื่อเรานั้นมาส์กนั้นเราก็ควรที่จะรู้ว่าเราควรที่จะใช้เวลากับมันนั้นกี่ชั่วโมงถึงเวลาที่เราจะล้างหน้าเพราะว่าถ้าเรานั้นปล่อยเอสไว้หรือว่าเรานั้นนอนหลับก็จะทำให้การที่เราบำรุงหน้าไม่เกิดประโยชน์ดังนั้นเราก็ควรที่จะเลือกอ่านด้วยว่าเราใช้เวลานานเท่าไหร่ และเราควรที่จะล้างหน้าแบบไหน 

 

สนับสนุนโดย  สมัคร Gclub

โพสท์ใน สังคมทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน การมาส์กหน้าแบบผิดๆ

สิวหนองนั้นเกิดขึ้นจากอะไร  

ในเรื่องของสิวเป็นปัญญาที่ใหญ่มากสำหรับสาวๆ  สิวนั้นมีอยู่หลายอย่างเช่น  สิวหนอง  สิงหัวช้าง สิวผด  สิวเสี้ยน  แต่ละสิวก็เป็นปัญหาหลักยิ่งเป็นสิวหนองที่สาวหลายคนเกิดอาการเซ็งเพราะว่าเราจะปกปิดแบบไหนนั้นก็ทำไมถึงขึ้นได้เด่นอย่างมาก

ไม่ว่าเราจะเอาเครื่องสำอางที่เราคิดว่าปกปิดที่ดีแล้วยังไม่สามารถที่จะปกปิดนั้นได้เลย ในการที่เราจะปกปิดคือการที่เราต้องรักษาสิวที่เป็นหนองนั้นก่อนเลย  ซึ่งในวันนี้นั้นเราเอาเคล็ดลับในการที่เรารักษาสิวหนองนั้นมาฝากกันว่ามีอะไรบ้าง  

  1. สิวหนองที่เกิดขึ้นจากความมันหรือว่าสิ่งอุดตัน  เกิดจาการที่เป็นเหงื่อที่ออกมากนั่นไง ต่อมไขมันของเราทำงานหนักผลิตไขมันออกมาเยอะจนทำให้หน้าของเราเกิดอาการมันซึ่งเป็นสาเหตุของสิวที่อุดตันและก็กลายเป็นสิวหนอง 
  2. การที่ทำความสะอาดไม่หมด  เครื่องสำอางที่เราใช้นั้นเมื่อเราล้างหน้าหรือว่าทำความสะอาดหน้าไม่หมดก็จะกลายมาเป็นสิ่งที่หมักสิ่งสกปรกและเมื่อเรานั้นทำแบบนี้บ่อยก็จะกลายมาเป็นสิวหนองแทน  
  3. อยู่ในช่วงที่เปลี่ยนฮอร์โมน   ในเมื่อร่างกายของเราเจริญเติบโตแล้วสิ่งที่ตามมาคือสิวที่ขึ้นตามใบหน้าเพราะว่าการที่เรามีความเปลี่ยนแปลงนั้นสิวก็จะขึ้น และเราก็ควรที่จะรักษาสิวเพราะว่าระดับฮอร์โมนนั้นยังคงอยู่ต่ออีกนาน  ร่วมกับสิวด้วยที่อยู่กับเรา
  4. การที่เรารักษาสิวไม่ดีพอ  สิวอุดตันที่เกิดขึ้นที่ใบหน้าของเราล้วนมาจากการเหงื่อไหล  หรือแม้กระทั่งเครื่องสำอางนั่นเอง แต่ว่าในการที่เรารักษาสิวอุดตันไม่ดีนั้นสิวที่ขึ้นก็จะเป็นสิวแดงๆหรือว่าที่เราเรียกว่าสิวอักเสบ  และในที่สุดก็จะกลายเป็นสิวหนองได้ในที่สุด  

ขั้นตอนในการที่เรารักษาสิวหนอง 

  • การที่เราเลือกเอาสมุนไพร มาเป็นตัวช่วยในการรักษาสิว  อย่างเช่นการที่เราเอาผงขมิ้นที่เรารู้จักมาผสมกับทานาคา ผงไพร  จากนั้นเราก็คนให้เข้ากันโดมที่เราต้องใส่น้ำลงไปด้วยแต่ว่าใส่เพียงนิดหน่อยเพื่อที่จะให้เป็นเนื้อครีมจากนั้นเราก็เอามาพอกที่เราเป็นสิวเพียงแค่นี้สิวหนองก็จะค่อยยุบลง 
  • ใช้แผ่นดูดสิว  โดยที่เราหาซื้อได้ตามร้าขายยา  หรือว่าตามร้านทั่วไปเพียงแค่เราเอาแผ่นที่ดูดสิวมาแปะเอาไว้ทิ้งเอาไว้หนึ่งคืนจากนั้นก็ค่อยแกะออกเพียงเท่านี้อาการสิวที่เป็นหนองก็จะลดลง  หรือว่าเราจะแปะสิวต่อก็ได้ในตอนเช้าเพื่อที่จะได้ให้ขายขาด 

 

สนับสนุนโดย    www.ufabet.com ลูกค้าลองเข้าผ่านลิ้งนี้นะค่ะ

โพสท์ใน สังคมทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน สิวหนองนั้นเกิดขึ้นจากอะไร  

การมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ

เปิดโลกใหม่ๆ และได้การเรียนรู้วัฒนธรรมต่างๆ การมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ

การที่เราอยู่ในสังคมๆหนึ่งนานๆ แล้วก็ไม่ได้ขวนขวายที่จะศึกษาหาความรู้จากประเทศอื่นๆนั้น แน่นอนว่าพวกเราทุกคนที่อยู่ในสังคมเดียวกันนั้นก็ย่อมมีอะไรที่คล้ายๆกันอยู่ แม้แต่คนที่เป็นคนไทยเหมือนกันก็จะรู้จักเพียงแค่ประวัติศาสตร์ไทย รู้วัฒนธรรมของไทย

แม้แต่สเปคที่ชอบก็ยังจะคล้ายๆกันด้วยซ้ำไป ไม่ว่าจะเรื่องการเมือง ข่าวดีและข่าวไม่ดี ปัญหาบ้านเมืองที่เจออยู่ หรือแม้แต่อุปสรรคในการใช้ชีวิตนั้นก็ยังเหมือนๆกันเพราะว่าเรานั้นอยู่ในประเทศที่มีเศรษฐกิจเดียวกันอย่างไงล่ะ แต่ลองนึกดูดีๆ

แม้แต่การที่เราดูหนังฝรั่งหรือดูหนังต่างประเทศอื่นๆ เราก็จะงงๆกับอะไรหลายๆอย่างในหนัง แบบว่าทำไมเขาถึงไม่เห็นซีเรียสกับเรื่องแบบนี้หรือว่าทำไมเขาถึงให้ความสำคัญกับสิ่งนี้มากกว่าสังคมของเราจัง แม้แต่ง่ายๆเลย แค่การสูบบุหรี่ที่ไทยนั้น

ควรหาที่สูบที่เป็นที่โล่งจะได้ไม่รบกวนคนอื่นในที่ๆคนเยอะ แต่กับประเทศญี่ปุ่นนั้นกลับให้สูบบุหรี่ที่ๆอนุญาติแล้วส่วนมากจะเป็นห้องแคบหรือในร้านอาหารที่อนุญาติให้สูบได้ แต่กลับไม่ให้สูบกลางแจ้งที่ไม่มีป้ายอนุญาติเพราะจะรบกวนและสร้างมลพิษในอากาศ แค่นี้ก็ต่างกันโขแล้ว

แต่การที่เรามีแฟนต่างชาตินั้น ก็เหมือนกับเราต้องเรียนรู้อะไรต่างๆของประเทศเขา แล้วเขาก็เช่นกันที่ต้องเรียนรู้วัฒนธรรมต่างๆของประเทศเรา

เพราะว่านิสัยของแต่ละคนนั้นในแต่ละประเทศก็ไม่ได้เหมือนกันเพราะสังคมหล่อหลอมมาไม่เหมือนกันเลย จริงอยู่ที่เรื่องของมนุษยธรรมนั้นเป็นเรื่องใหญ่และใกล้เคียงกัน แต่ว่าเรื่องเล็กๆมากมายนั้นต่างกันอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นแค่การทักทายก็ยากมากที่จะเข้าใจแล้วล่ะ

เพราะฉนั้นเป็นสิ่งที่ดีมากๆที่จะได้เรียนรู้และปรับตัวให้รู้ถึงวัฒนธรรมของชาวต่างชาติ เอาจริงๆนะเรื่องของประเทศอื่นๆนั้นไม่ได้มีวิชาสอนในบ้านเราหรอกนะ

เพราะฉนั้นไม่มีทางที่เราจะรู้ได้เลยจนกว่าจะได้รู้จักคนคนชาตินั้นๆ แล้วก็ได้แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน มีอีกหลายเรื่องมากมายที่มีให้เรียนรู้กันไม่มีวันหมดเลยล่ะ ถ้าเป็นคนไทยเหมือนกันละก็ เรื่องคุยกันคงหายไปเกินครึ่งแล้วล่ะ

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

โพสท์ใน สังคมทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน การมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ

ชี้เป้าวันเด็กไปไหนกันดี?

ใกล้จะเข้าวันเด็กในปี2563 เร็วๆนี้ แล้ว ผู้ปกครองคิดกันยังคะ ว่าจะพาลูกหลานของเราไปเที่ยวที่ไหนดี

ถึงเวลาแล้วล่ะที่น้องๆหนูๆรอคอย ซึ่งปีนี้ตรงกับวันเด็กเสาร์11 มกราคม ส่วนคำขวัญในวันเด็กปีนี้ ที่ลุงตู่ของเราได้มอบให้คือ “เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย”

วันเด็กปีนี้หน่วยงานต่างก็จัดงานเพื่อให้เด็กๆได้ไปสนุกสนานกันอย่างเพลิดเพลิน สำหรับสถานที่หลักๆ ก็คงหนีไม่พ้น ทำเนียบรัฐบาล ที่มีไฮไลต์สำคัญคือการได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี รวมไปถึงหน่วยงานราชการต่างๆ นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายสถานที่ทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างก็จัดวันเด็กขึ้น

-กระทรวงศึกษาธิการ จัดขึ้นที่กระทรวงศึกษาธิการและในบริเวณโดยรอบ

-การกีฬาแห่งประเทศไทย จัดบริเวณลานพลาซ่า สนามกีฬาหัวหมาก

มีกิจกรรมต่างๆมากมาย กิจกรรมบนเวที กิจกรรมการแข่งขันกีฬา กิจกรรมเสริมทักษะ กิจกรรมสวนสนุก

-กรมพลศึกษา จัดงาน”นันทนาการงานวันเด็ก” ณ.ลานอเนกประสงค์ อาคารกีฬานิมิตบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน

-คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล โดยภาควิชากุมารเวชศาสตร์ จัดงาน”วันเด็กรักษ์โลก@ศิริราช2563” ณ.โถงอาคาร 100ปี สมเด็จพระศรีนครรินทร์ รพ.ศิริราช

-องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ จับมือร่วมกับ พันธมิตร รวม 4แห่ง จัดงาน “ถนนสายวิทยาศาสตร์ ” รับวันเด็กแห่งชาติในวันที่9-11 มกราคม 2563 มีเวลา3วันเลยทีเดียว ณ.กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม และหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์โดยรอบถนนพระรามหก และถนนโยธี

ส่วนภาคเอกชนที่เห็นจัดงานวันเด็กนั่นก็คือ

-ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ จัดกิจจกรรมวันเด็ก ภายใต้ชื่อว่า”thanya Park Happy Kids Day 2020: The Carnival of Wonder Circus”ชวนหนูน้อยมาสนุกตะลุยดินแดนเซอร์คัสสุดยิ่งใหญ่ เปิดประสบการณ์หรรษา เสริมทักษะการเรียนรู้ พบกิจกรรมที่จะให้น้องๆ ได้สนุกกับการเป็นหนึ่งนักแสดงคณะละครสัตว์ผ่านฐานต่างๆ เช่น ลอดห่วงไฟ การเดินบนบาร์ไม้ขนาดเล็ก โชว์ต่างๆของละครสัตว์ พร้อมรับของขวัญรางวัลอย่างมากมาย

คร่าวๆหับสถานที่จัดงานวันเด็กในปี2563นี้ เป็นหน้าที่ของผู้ปกครองแล้วล่ะ ว่าอยากพาเด็กๆไปร่วมสนุกที่ไน ที่ใกล้ๆไม่เสียเวลาในการเดินทาง

 

สนับสนุนโดย  UFABET เว็บตรง

โพสท์ใน สังคมทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ชี้เป้าวันเด็กไปไหนกันดี?

การตามหาตัวตนและทำในสิ่งที่ตัวเองรัก

เมื่อมนุษย์เกิดมาได้อายุประมาณนึงก็จะเกิดคำถามเกี่ยวกับตัวเองว่า ตัวตนของเราคืออะไร เราควรเดินทางแบบไหนให้ตัวเรานั้นมีความสุขที่สุด แล้วก็ต้องตามหาตัวตนกัน อันไหนใช่อันไหนโดนเราก็จะยึดมันไว้ว่า นี่แหละคือเรา

นี่แหละคือสิ่งที่เราเกิดมาเพื่อจะเป็น ฟังดูการหาตัวตนเป็นสิ่งง่ายๆ แต่จริงๆแล้วนั้นไม่ใช่เลย เพราะว่าคำว่าตัวตนนั้นไม่ได้เด่นชัดและไม่ได้จะพบเจอกันได้ง่ายๆ บางครั้งพบเจอแล้วว่านี่แหละตัวตนของเรา แต่สุดท้ายก็กลับมาทราบว่ามันยังไม่ใช่

อันนี้คือแค่เสียเวลาหาแล้วไม่ใช่ยังไม่พอ บางคนเกิดมาทั้งชีวิตนั้นก็ยังตามหาตัวตนไม่พบ บางคนอาจจะคิดว่าตัวเองนั้นอาจไม่มีตัวตนเลยก็ได้ เหมาะกับการเดินทางชีวิตไปเรื่อยๆตามที่ตัวเองได้ผ่าน แต่จริงๆแล้วอยากจะบอกว่าคำว่าตัวตนนั้นเป็นแค่คำๆนึงที่พูดถึงว่าได้เราพบที่ๆเป็นของเราแล้ว ซึ่งคำว่าตัวตนจริงๆแล้วมันเป็นเหมือนแค่เรื่องของทางความคิดอีกด้วย

ตัวตนนั้นมีหลายแง่มากๆ คำว่าตัวตนบางครั้งคิดว่าคือสิ่งที่เราเป็น มันก็ใช่แหละนะ แต่จริงๆแล้วมันอาจจะหมายความว่าสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดหรือสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุขที่สุดก็เป็นได้เช่นกัน บางครั้งเหมือนจะใช่แล้วเพราะว่าเรามีความสุขเมื่อตอนเริ่มทำ

แต่สุดท้ายก็คิดว่าไม่ใช่เพราะหลังๆนั้นเราไม่มีความสุข เห็นไหมว่ามันเป็นเรื่องของทัศนคติซะมากกว่า คำว่าตัวตนนั้นถ้าเราอยากจะค้นหาให้ตรงกับตัวเรามากที่สุดนั้นมีวิธีอยู่เช่นกัน เรียกได้ว่าเหมือนทำเช็คลิสเลยก็ว่าได้

มีห้าข้อที่จะกล่าวในบทความต่อๆไปว่าถ้าเราหาสิ่งใดสิ่งหนึ่งทำแล้วมันครบทั้งห้าข้อนั้นละก็ มันก็ใกล้เคียงกับคำว่าตัวตนที่สุดแล้วล่ะ แล้วถ้ามันเป็นเช่นนั้นละก็ ก็มั่นใจได้เลยว่างานที่เราทำจากสิ่งนี้จะเป็นทั้งความชอบความสุขแล้วก็หาเลี้ยงชีพได้ดีที่สุดแล้ว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    ufabet

โพสท์ใน สังคมทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน การตามหาตัวตนและทำในสิ่งที่ตัวเองรัก

ปัญหาสังคมที่ควรหาทางแก้ไข เมื่อไม่พร้อมมีลูก

         ปัจจุบันปัญหาการทำแท้งไม่ได้มีข่าวให้เห็นบ่อยนักแต่กลับเปลี่ยนมาเป็นว่าจะเราเห็นข่าวที่เด็กเกิดมาแล้วบ้างครั้งเพิ่งเกิดได้ไม่กี่ชั่วโมง บางคนยังไม่ได้ตัดสายสะดือด้วยซ้ำไปกลับถูกแม่ฆ่าตายหรือบางคนถูกนำมาทิ้งไว้ที่ถังขยะ หรือกองขยะ

เพื่อให้เด็กตายเอง ส่วนเด็กคนไหนที่โชคดีหน่อยก็จะมีคนมาพบ และช่วยเหลือแต่เด็กบางคนก็ไม่รอดเสียชีวิตลงก่อนที่จะมีใครมาพบและช่วยเหลือทัน อย่างที่มีข่าวล่าสุดออกมาที่พบว่ามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งถูกแม่แท้ๆนำมาทิ้งไว้หน้าสถานสงเคราะห์เด็กและเขียนหนังสือยกให้เลี้ยง

โดยบอกแต่เพียงว่าตนเองไม่สามารถเลี้ยงเด็กได้ ซึ่งเด็กคนดังกล่าวอายุ 2 ขวบแล้ว เขาสามารถรับรู้และจดจำเรื่องราวได้ทั้งหมดแล้ว

แต่แม่ของเขาก็เลือกที่จะนำเขามาทิ้งแทนที่จะเลี้ยงดูเขาด้วยตัวเอง ซึ่งทางนักสังคมสงเคราะห์ก็ได้ออกมาติดตามหาพ่อและแม่ของเด็กว่าเป็นใครเพื่อจะแจ้งให้นำกลับไปเลี้ยงเองเพราะที่จริงแล้วสถานสังคมสงเคราะห์ในแต่ละแห่งก็มีเด็กที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้งเต็มทุกที่อยู่แล้ว

และที่สำคัญการเลี้ยงเด็กสักคนหนึ่งต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากดังนั้นการที่สถานรับเลี้ยงเด็กสักคนมาเลี้ยงเขาก็ต้องดูกำลังทรัพย์ของตนเองเหมือนกันว่าจะเลี้ยงไหวหรือไม่ แต่พอเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามพ่อของเด็กมาได้ พ่อก็ปฏิเสธที่จะเลี้ยงเด็กคนนี้อีกคน

โดยให้เหตุผลว่าตนเองมีครอบครัวใหม่แล้ว ไม่สะดวกที่จะเอาลูกสาวคนนี้ไปอยู่ด้วย ส่วนคนแม่ก็บอกว่าไม่สามารถเลี้ยงได้เหมือนกันเพราะตนเองก็มีครอบครัวใหม่เหมือนกันและที่สำคัญคนเป็นแม่บอกว่าตอนเองเป็นคนอารมณ์ร้ายและเมื่อมีอารมณ์โกรธหรือโมโหแล้ว

มักจะควบคุมตนเองไม่ได้ ทำให้ตนเองเผลอทำร้ายลูกโดยไม่ตั้งใจบ่อยครั้ง ซึ่งหากลูกยังอยู่กับตนเอง ตนเองกลัวว่าอาจจะมีการพลั้งเผลอฆ่าลูกตายโดยไม่ได้ตั้งใจก็ได้ จึงอยากฝากให้คนอื่นช่วยเลี้ยงดูให้ดีกว่าที่จะต้องอยู่กับแม่อย่างตน

     ปัญหาเหล่าการมีลูกแล้วไม่พร้อมที่จะเลี้ยงดูลูกของตัวเอง นับว่ายิ่งมีมากขึ้นซึ่งเราควรหาวิธีการจัดการกับปัญหานี้ให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้เพราะปัจจุบันปัญหาเด็กกำพร้าในสังคมไทยเพิ่มมากขึ้นในทุกๆปี และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลงเลยทั่งที่มีการรณรงค์เกี่ยวกับการป้องกัน

ก่อนมีเพศสัมพันธ์รวมถึงมีการแจกถุงยางอนามัยแต่ก็ยังมีปัญหาการมีลูกทั้งที่ยังไม่พร้อมเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง หวังว่าเรื่องราวของเด็กหญิงคนนี้คงจะทำให้สังคมตะหนักมากขึ้นว่าควรดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้ท้องโดยที่ยังไม่พร้อม 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    gclub สูตรบาคาร่า

โพสท์ใน สังคมทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ปัญหาสังคมที่ควรหาทางแก้ไข เมื่อไม่พร้อมมีลูก

การรับมือกับสังคมการทำงานในออฟฟิศ

สังคมนักสู้ของมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา  แน่นอนว่าการใช้ชีวิตร่วมกันในการทำงานจะต้องมีปัญหาหลายอย่างตามมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องทัศนคติที่ไม่ตรงกัน  การแก่งแย่งชิงดี  การนินทาว่าร้าย การตีสองหน้าคอยแทงด้านหลัง  หรือแม้กระทั่งเรื่องการคอยจับผิดเพื่อเอาหน้า

  ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลายคนอ่อนแอจนกระทั่งยอมแพ้จนต้องหาทางออกด้วยการ “ลาออก” ในที่สุด  แต่ยังมีหลายคนที่ดำเนินชีวิตของตนเองในสังคมเดิมๆต่อไปได้  แถมคนเหล่านั้นก็ยังสามารถเจริญก้าวหน้าในสายงานขึ้นอีกด้วย  

รับมือกับสังคมการทำงานในออฟฟิศอย่างไร???  ถึงจะอยู่รอด!!!

  1. รู้จักวางตัว : การรู้จักกาละเทศะไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกหรือการออกความคิดเห็น  เราต้องรู้จังหวะที่ควรพูดหรือจังหวะที่ควรเงียบ  และต้องรู้หน้าที่ของตนเองไม่ก้าวก่ายหน้าที่หรือสายงานของคนอื่นแม้ตัวเองจะทำได้ก็ตาม  ต้องไม่ทำตัวเองเป็นศูนย์กลางของสังคม  ให้รู้จักถ่อมตัวเวลาเข้าหาผู้ใหญ่หรือคนที่แก่สายงานมาก่อน จึงจะพาตัวเองให้อยู่รอดได้นั่นเอง 
  2. ฟังให้เยอะ : การฝึกตัวเองเป็นคนพูดให้น้อยและรู้จักรับฟังให้มากขึ้นมักจะดีกว่า ซึ่งการฟังจะทำให้เรามีสมาธิ รู้จักตั้งสติกับเรื่องที่ฟังแล้วนำมาต้องไตร่ตรองถึงเหตุและผล รู้จักเลือกฟังแต่สิ่งดีๆเพื่อนำข้อมูลนั้นไปต่อยอดกับการทำงานได้หลากหลาย 
  3. พูดให้น้อย : “คิดก่อนพูด” ประโยคสุดฮิต หลายคนที่ขาดสติจากการพูด นึกอยากจะพูดก็พูด ไม่คิดถึงผลที่จะตามมา  ดังนั้นก่อนเอ่ยปากที่จะเล่าหรือพูดกับใครให้คิดดีๆก่อนที่พูดออกไป เพราะในบางครั้งเรื่องที่พูดกับคนที่ฟังอาจนำไปสื่อสารต่อ โดยชักนำศัตรูมาหาเราโดยไม่ตั้งใจ  
  4. รู้จักสังเกต : จากสุภาษิตที่ว่า “เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม”  ยังคงใช้ได้เสมอ การอยู่ให้รอดและอยู่เป็นเราต้องรู้จักสังเกตุเพื่อนร่วมงานหรือสไตล์การทำงานของสายงานเดียวกันว่าเขาทำงานกันอย่างไร บุคลิกของแต่ละคนจะเข้าหาได้ในแนวไหนในเวลาที่ต้องคุยงาน  เช่น ในสายงานที่เราทำอยู่เน้นการสื่อสารกันทางเมล์มากกว่าการโทรแจ้งหรือไลน์  เราควรหมั่นเช็คและใช้การตอบกลับในช่องทางนั้นๆ เพื่ออัพเดทตัวเองให้ทันกับสถานการณ์ของทีมงาน
  5. ปฏิเสธให้เป็น : เราต้องรู้จักการปฏิเสธเมื่อควรปฏิเสธ หากเราทำได้ทุกอย่างเมื่อมีการขอความช่วยเหลือหรือโอนงานมาให้ สุดท้ายเราจะต้องมานั่งทำงานให้เขาจนกลายเป็นงานของเราต้องรับผิดชอบต่อไป  ดังนั้นต้องปฏิเสธให้เป็นหรือแกล้งโง่บ้างก็ดี  เพราะการแคร์คนที่ไม่ควรแคร์หรือมีน้ำใจไม่ถูกที่ในบางครั้งหากเขาไม่ได้รับการช่วยเหลือเหมือนทุกครั้ง  เราอาจถูกว่าไร้น้ำใจในที่สุด
  6. อย่าสร้างศัตรู : สังคมการทำงานสิ่งที่ควรระมัดระวังคือคำพูด ไม่เอาแต่พูดสนุกปากหรือว่าร้ายนินทาคนอื่นจะเป็นการสร้างศัตรูมาให้ตนเองเปล่าๆ  แต่ถ้ารู้จักสร้างรอยยิ้ม ไม่ถือตัวและมีน้ำใจรู้จักช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน เพื่อเป็นการสร้างมิตรภาพแถมยังทำให้ตนเป็นที่น่าคบหาด้วยนั่นเอง
  7. รู้จักปล่อยวางและมองโลกอย่างเข้าใจ : หลายครั้งที่เจอปัญหาเกี่ยวกับงานไม่ว่าจะเป็นการถูกบ่น ถูกตำหนิ หรือคำพูดที่ทำให้เรารู้สึกถดถอยจากหัวหน้างานหรือเพื่อร่วมงานก็ตาม เราต้องรู้จักการเติมพลังบวกให้ตัวเองด้วยการมองโลกในแง่ดี  หรือการปล่อยวาง  โดยการทำความเข้าใจว่าไม่มีคนไหนที่ทำงานแล้วไม่ผิดพลาด  หรือไม่มีใครที่ไม่เคยถูกตำหนิ แต่จงรับฟังแล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขอย่างยินดี  และมองให้เป็นเรื่องธรรมดา

การใช้ชีวิตร่วมกันกับ “คน” ร้อยพ่อพันแม่  ไม่แปลกเลยที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งต่างๆตามมา  แต่การเรียนรู้ที่จะอยู่กับสังคมนั้นให้รอดนั้น เราต้องเรียนรู้และปรับตัวเพื่อไม่ให้ตัวเองเป็นเหยื่อของความอ่อนแอและยอมแพ้ไปในที่สุด  แต่จะทำอย่างไรเพื่อตั้งรับการสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น  ดังนั้นเราจึงต้องมี “สติ” ค่ะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  จีคลับ ผ่านมือถือ

โพสท์ใน สังคมทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน การรับมือกับสังคมการทำงานในออฟฟิศ

เด็กพิเศษมหัศจรรย์ ซัน ทอสนุก !!!!!

          จากคลิปวีดีโอ เพจ อีจัน ช่วงรายการ ตลาดแตก ทีมงานได้ไปถ่ายทำที่ร้านทอผ้า ชื่อว่าร้านซันทอสนุก ดูไปก็พบความประหลาดใจอย่างหนึ่งก็คือน้องผู้ชายคนที่ทอผ้าและเป็นเจ้าของร้านด้วยเค้าเป็นเด็กพิเศษหรือเด็กออทิสติก 

          ซึ่งทีมงานก็ได้ไปสัมภาษณ์คุณแม่ของน้องซันชื่อว่า คุณแม่เกษณี คุณแม่ได้เล่าให้ฟังว่าคุณแม่ได้คลอดน้องซันมา และน้องซันกลายเป็นเด็กพิเศษตอนแรกแม่ก็รู้สึกกังวลใจแต่ตอนนี้ไม่ล่ะค่ะ ตอนเด็กคุณแม่ก็ส่งน้องซันเข้าโรงเรียน น้องซันเป็นเด็กดีเรียนเก่ง

เข้ากับเพื่อนๆได้ทุกคน ช่วงประมาณที่น้องเรียนมัธยมปลาย คุณแม่ก็เริ่มวางแผนอนาคตให้น้องว่าจะทำอะไรดีนะเพราะคิดว่าจะให้น้องเรียนแค่ ม.6

  ก็สังเกตว่าเค้าชอบเรื่องผ้าทอ เลยพาไปเรียนที่โรงเรียนสอนทอผ้า ซึ่งเค้าก็ชอบมากถึงขนาดบอกให้คุณแม่ลงเครื่องทอผ้าให้เพื่อจะทอผ้ามาใช้เอง คุณแม่เห็นว่าลูกชายชอบก็เลยสนับสนุนซึ่งน้องซันก็สามารถทอผ้าออกมาเป็นผืนให้คุณแม่ได้ใช้ตั้งแต่ตอนนั้น

แรกๆน้องซันทำผ้าทอเป็นงานอดิเรกไว้ใช้เองและ มอบให้กับญาติผู้ใหญ่ แต่พอเพื่อนๆของคุณแม่ได้มาเห็นและชื่นชมน้องซันว่ามีฝีมือในการทอผ้าทุกคนก็ต่างอยากได้ 

ก็เลยทยอยสั่งออเดอร์กันเข้ามาเรื่อยๆ เราก็เลยมาคิดกันว่าน่าจะเริ่มผลิตงานทอผ้าออกมาขาย จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ผ่านมาหลายปี คุณแม่ก็มาเกิดไอเดียว่าอยากให้น้องซันมีรายได้ ก็เลยมาเปิดร้านชื่อว่าบ้านซันทอสนุกให้                   

         ทางทีมงานได้ทดลองสั่งผ้าพันคอให้น้องซันทอขึ้นให้ใหม่ ณ ตอนนั้นเลย 1 ผืน น้องก็ขะมักเขม้นลุกขึ้นไปหยิบไหมสีต่างๆที่คิดว่าทำออกมามันน่าจะเหมาะกับพี่ทีมงาน ตอนที่น้องนั่งทอผ้าเราจะได้เห็นสีหน้าที่ยิ้มแย้มแลดูมีความสุข ใช้เวลานานพอสมควรน้องก็ทอเสร็จ มันเป็นผ้าทอที่สวยงามมาก ดูเก๋ ดูเท๋ เหมาะกับพี่ทีมงานที่เป็นหนุ่มวัยรุ่น  

คุณแม่เกษณีบอกกับทีมงานว่า ถ้าใครได้มาสั่งผ้าทอที่ร้านซันทอสนุกแล้วรับรองว่าจะไม่ผิดหวังพวกคุณจะได้ผ้าทอที่สวยโดดเด่นไม่เหมือนใคร บางผืนมีชิ้นเดียวในโลกก็ว่าได้ แต่เนื่องจากมันเป็นงาน Handmade บางชิ้นงานน้องซันต้องใช้เวลาในการสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาดี

พวกคุณอาจจะต้องรอกันนิดหนึ่ง ส่วนเรื่องของเส้นไหมที่นำมาทอ ที่ร้านได้คัดสรรมาแล้วว่าต้องเป็นไหมคุณภาพดี โดยมีทั้งเส้นไหมที่ของประเทศไทยเรา แล้วก็ยังมีเส้นไหมนำเข้าจากต่างประเทศอีกด้วย หลังจากนี้คุณแม่กับน้องซันคิดว่าอยากให้มีคนสนับสนุนผ้าทอของพวกเค้าไปเรื่อยๆ พวกเค้าก็จะพัฒนาสินค้าให้มีความทันสมัยและก็สวยงามมากยิ่งขึ้น 

           ดูจบแล้วต้องขอชื่นชมคุณแม่ของน้องซัน เธอเป็นแม่ที่เก่งมากที่สามารถเลี้ยงดูลูกที่เป็นออทิสติกได้ดีขนาดนี้ และถ้าใครอยากอุดหนุนงานผ้าทอสวยๆๆ ก็ไปติดตามกันได้ที่ เฟสบุ๊ค บ้านซันทอสนุกกันได้เลยคะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  จีคลับ เล่นออนไลน์

โพสท์ใน สังคมทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน เด็กพิเศษมหัศจรรย์ ซัน ทอสนุก !!!!!

Sneaker แบรนด์ Hi-End ที่น่าซื้อ

Sneaker นั้นเป็นรองเท้าผ้าใบที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะนอกจากจะสวยงามแล้วยังสวมใส่สบายด้วย ซึ่ง Sneaker ก็มีการออกแบบที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละแบรนด์แต่ละรุ่น แต่วันนี้เราจะมาแนะนำ Sneaker แบรนด์ Hi-End ที่น่าซื้อว่ามีคู่ไหนบ้าง

  1. Balenciaga Triple S 

วางขายครั้งแรกเมื่อปี 2017 collection Fall/Winter และปัจจุบันก็ยังมีการผลิตอยู่ เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นและสายแฟชั่นอย่างมาก ราคาประมาณ 39,000 บาท

  1. Gucci Flashtrek Sneakers 

Sneaker ที่มีความใหญ่และสไตล์วินเทจ เหมาะกับสายลุยๆ มีสีที่ค่อนข้างสด และมีความหรูหรา ราคาประมาณ 47,190 บาท

  1. Balenciaga Speed Knit Sneakers 

วางขายเมื่อปี 2018 ใน collection Spring/Summer Sneaker รุ่นนี้มีการดีไซน์ที่ค่อนข้างแปลกแหวกแนวอย่าง มีทรงข้อเท้าที่สูง ราคาประมาณ 22,000 บาท

  1. Fear of God Military Nubuck And Mesh High-top Sneakers 

Sneaker คู่นี้ผลิตจากประเทศอิตาลี มีความเท่ผสมผสานกับความสวยงาม ได้แรงบันดาลใจมาจากชุดเครื่องแบบของทหารผสมกับวัฒนธรรม hiphop ราคาประมาณ 28,875 บาท

  1. Alexander McQueen Oversized Runner 

Sneaker ที่สามารถใส่ได้ทุกวัน ทรงรองเท้าค่อนข้าง oversize มีการผสมผสานของ material บนตัวรองเท้าได้อย่างลงตัว ราคาประมาณ 19,442 บาท

  1. Chanel Cruise Collection 2019 

วางขายเมื่อปี 2019 แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่ออกแบบสินค้าต่างๆได้อย่างหรูหราและคลาสสิค ที่สำคัญมีเอกลักษณ์ของแบรนด์เฉพาะตัว Sneaker คู่นี้สวมใส่ง่าย มีสีสันที่น่ารักด้วย ราคาประมาณ 29,800 บาท

  1. Gucci Ace Embroidered Low-top Sneakers 

Sneaker สไตล์เรียบง่าย แต่มีลูกเล่นด้วยการปักดิ้นทองรูปตัวผึ้งที่เป็นตำนานของแบรนด์ลงบนตัว Sneaker และยังมีปักเป็นลายอื่นๆอีก ราคาประมาณ 20,000 บาท

  1. Saint Laurent Embroidered Canvas Court Classic Sneakers 

Sneaker ที่มีการจับคู่กันอย่างลงตัวระหว่างผ้าฝ้ายสีขาวและหนังคลาสสิก มีการเพิ่มลูกเล่นด้วยลายกราฟฟิกชื่อแบรนด์ Siant Laurent เป็นอีกคู่ที่สายแฟชั่นนิยมใส่ ราคาประมาณ 19,000 บาท

9.VALENTINO Garavani Open Sneakers

Sneaker ที่ทำจากหนัง มีแถบคาดทั้งสีเงิน สีขาว สีดำ สีแดง สีชมพู สีทอง มีจุดเด่นตรงหมุดปักด้านหลัง ทรงจะมีความคล้าย Gucci Ace Embroidered Sneaker แต่ส้นรองเท้าจะมีความหนา คู่นี้ค่อนข้างใส่ง่ายและทำความสะอาดง่าย ราคาประมาณ 18,000 บาท

10.Chanel Trainer

Sneaker รุ่นนี้ทำออกมาเพื่อให้สวมใส่ไปออกกำลังกาย แต่ดูจากราคาแล้วคาดว่าคงมีใครอยากจะเอาไปออกกำลังกายให้เสื่อมสภาพแน่ ส่วนใหญ่มักจะสวมใส่ไปเที่ยวมากกว่า รุ่นนี้มีทั้งแบบผ้าและหนังกลับ เสริมส้นเล็กน้อย ราคาประมาณ 28,000 บาท

แม้ราคาของ Sneaker เหล่านี้จะแพงแต่ความที่เป็นแบรนด์ Hi-End วัสดุที่ใช้ในการผลิต และกรรมวิธีในการตัดเย็บอย่างดี ทำให้รองเท้ามีความคงทน ทนทาน ถือว่าราคาคุ้มค่าน่าลงทุนมากสำหรับคนที่มีกำลังทรัพย์พอจะซื้อ ทั้งนี้การจะซื้อ Sneaker ควรไปลองใส่เพื่อให้มั่นใจว่าสวมใส่ง่ายไหม พอดีไซส์หรือเปล่า ที่สำคัญจะได้ดูพอสวมใส่แล้วจะสบายเท้าหรือเปล่า

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ

โพสท์ใน สังคมทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน Sneaker แบรนด์ Hi-End ที่น่าซื้อ